คนละชั้น

    ศึกบุนเดสลีก้าของเยอรมันได้ทำการเริ่มเปิดฤดูกาลกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคู่เปิดสนามในฤดูกาลนี้ก็เป็นทางบาเยิร์น มิวนิค ทีมแชมป์เก่า 6 สมัยซ้อนที่ได้รับเกียรติให้เตะเป็นคู่แรกในฤดูกาลนี้อีกครั้ง หลังจากที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็ได้เล่นในอัลลิอันซ์ อารีน่าเปิดสนามบุนเดสลีก้าพบกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นในนัดเปิดฤดูกาล และเอาชนะไปได้ 3-1 ส่วนฤดูกาลนี้พวกเขาก็สามารถย้อนรอยได้สำเร็จอีกครั้งโดยการเอาชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมฟอร์มแรงไปได้ 3-1 เช่นเดียวกับเมื่อปีก่อน ซึ่งหากดูจากสกอร์ที่ออกมานั้นเหมือนว่าจะเป็นการชนะได้ง่ายๆ และขาดลอย แต่เอาเข้าจริงแล้วทีม “เสือใต้” ของนิโก้ โควัช กุนซือร่างเล็กคนใหม่ของบาเยิร์น มิวนิคต้องออกแรงมากทีเดียว กว่าจะเก็บ 3 คะแนนเต็มได้ในนัดนี้ และต้องมาเร่งในช่วงท้ายเกมด้วย กว่าจะชนะได้สำเร็จ

ถึงแม้ว่ากุนซือคนใหม่ชาวโครเอเชียจะสามารถเก็บชัยชนะแรกได้ตามที่ตั้งไว้ แต่ในรายละเอียดของเกมถือว่ายังมีเรื่องที่ต้องให้ปรับให้แก้กันอีกเยอะเลยทีเดียว แต่ในส่วนของฟอร์มการเล่นของนักเตะแล้วก็มีความแตกต่างให้เห็นมากเลยทีเดียว เมื่อในนัดนี้คิงส์ลี่ย์ โกม็อง ปีกความเร็วสูงชาวฝรั่งเศสที่ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในนัดนี้ ซึ่งก็ถือว่าเล่นได้วูบวาบตามสไตล์ของนักเตะดาวรุ่งทั่วไป ที่สร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูได้เก่ง แต่ว่าจังหวะสุดท้ายนั้นถือว่ายังไม่มีความแน่นอน ซึ่งในนัดนี้จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เมื่อดาวเตะวัย 22 ปีมาได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายครึ่งแรกและเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องถูกหิ้วปีกออกไป และต้องเปลี่ยนเอาอาร์เยน ร็อบเบน ปีกจอมเก๋าชาวดัตช์ลงสนามมาเล่นแทน ซึ่งหลังจากที่ทีม “เสือใต้” ถูกตีเสมอในช่วงต้นครึ่งหลังได้สำเร็จ และดูเหมือนเกมจะตันๆ และช่วงท้ายๆ เกมก็เป็น 2 นักเตะตัวเก๋าอย่างฟร็องค์ ริเบรี่ ที่มาเรียกจุดโทษให้ทีมได้สำเร็จ และประตูปิดกล่อง 3-1 ก็มาจากความเก๋า และจังหวะฟุตบอลของอาร์เยน ร็อบเบนนั่นเอง ที่ทำให้ทีมเก็บชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าถึงแม้ว่า 2 ดาวเตะตัวเก๋าอย่างฟร็องค์ ริเบรี่ และอาร์เยน ร็อบเบน จะอายุปาเข้าไป 35 และ 34 ปีตามลำดับ แต่ดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นมาจะเป็นตัวแทนของพวกเขานั้น ถึงแม้ว่าจะร่างกายสดคว่า แต่ว่าจังหวะสุดท้ายในเรื่องของความเฉียบขาดนั้นยังห่างชั้นจากพวกเขามากนัก