ตลาดที่ ‘ผี’ ไม่ควรลง

 

ตลาดซื้อขายนักเตะของวงการฟุตบอลนั้นในแต่ละปีจะมีการเปิดอยู่เพียงแค่ 2 ช่วงเท่านั้น คือตลาดซื้อขายช่วงฤดูร้อน ที่จะเปิดในเดือนกรกฏาคม และจะปิดตัวลงในเดือนสิงหาคม ซึ่งแล้วแต่กฏของแต่ละลีกว่าจะปิดตัวลงวันไหน ซึ่งจะเป็นตลาดซื้อขายหลักที่มักจะมีการซื้อขายกันอย่างมหาศาล เนื่องจากเป็นช่วงที่ยังไม่เปิดฤดูกาล ส่วนอีกช่วงคือตลาดหน้าหนาวที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม และจะไปปิดตัวลงในวันสุดท้ายของเดือน หรือบางปีจะเป็นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อขายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของแต่ละทีมเท่านั้น หรือบางทีมอาจจะไม่มีการโยกย้ายนักเตะเลยก็ได้ ซึ่งทีมที่ถูกเพ่งเล็งว่าจะทำการเสริมทัพมากที่สุดในตลาดหน้าหนาวที่กำลังจะถึงนี้คือทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีการเปลี่ยนกุนซือใหม่จากโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส มาเป็นโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตกองหน้าชาวนอร์เวย์ของทีมที่จะเข้ามาคุมทีมแทนในช่วงที่เหลือของฤดูกาล ซึ่งทีมดังจากเกาะอังกฤษตกเป็นข่าวว่าต้องการตัวนักเตะหลายราย และรองประธานสโมสรอย่างเอ็ด วู๊ดเวิร์ด ซีอีโอคนเก่งก็มีงบให้จับจ่ายใช้สอยถึง 50 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งตอนแรกนั้นตัวเลขเป็น 100 ล้านปอนด์เลยด้วยซ้ำในช่วงที่โชเซ่ มูรินโญ่คุมทีมอยู่ แต่พอมีการเปลี่ยนแผนทำให้ถูกลดงบประมาณเหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

การซื้อนักเตะในหน้าหนาวนี้มักไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากเหตุผลหลายประการ และเหตุผลหนึ่งก็คือทีมที่ซื้อมักจะถูกโก่งราคาแบบมหาศาล เหมือนอย่างที่ลิเวอร์พูลคว้าตัวเฟอร์กิล ฟาน ไดจค์ไปร่วมทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เช่นเดียวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงนี้ที่จะถูกโก่งสุดโต่งอย่างแน่นอน ไม่ว่านักเตะที่เขาจะคว้าตัวมาร่วมทีมจะเป็นใครก็ตาม เนื่องจากรู้กันทั้งวงการว่าทีม “ปีศาจแดง” มีปัญหามาก และไม่มีทางเลือกมากนัก ทำให้เป็นตลาดซื้อขายที่พวกเขาไม่ควรเดินลงไปช็อปปิ้งเลยด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ใช่แค่เหตุผลนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นเหตุผลที่ว่าโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์นั้นเป็นกุนซือขัดตาทัพเท่านั้น ซึ่งการซื้อของเขาอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของกุนซือที่จะมาทำทีมแบบถาวรหลังจบฤดูกาลนี้ก็ได้ รวมถึงการที่พวกเขายังไม่สามารถหาผู้อำนวยการฟุตบอลมารับตำแหน่งได้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมไม่ควรลงทุนอะไรที่อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีกในช่วงนี้