ประโยชน์ของมิลเนอร์

    ถือว่าเป็นนักเตะที่มาทำได้ดีในตอนอายุเอยะอีกคนหนึ่ง สำหรับเจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์วัย 32 ปีที่พเนจรมาแล้วถึง 5 สโมสรในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากในฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูล โดยทางเจอร์เก้น คล็อปป์ ปรับให้เขาเข้ามาเล่นเป็นกองกลางในสไตล์บ็อก ทู บ็อก เหมือนอย่างที่แบลส มาทุยดี้ กองกลางของยูเวนตุสเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสในชุดที่คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จนั่นเอง ซึ่งด้วยความขยันของมิลเนอร์ที่ถึงแม้ว่าจะอายุมากแล้วก็ตาม แต่ด้วยความขยัน และความเข้าใจเกมของเขา และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทำให้ลิเวอร์พูลได้ประโยชน์จากตรงนี้ของเขามาก เมื่อเอามิลเนอร์ขยับเข้ามาเล่นตรงกลาง โดยในช่วงต้นฤดูกาลนี้เขาได้เล่นร่วมกับนาบี เกต้า กองกลางทีมชาติมาลีที่เล่นได้หลายหลายสไตล์ แต่จุดสำคัญคือเขามีหน้าที่ขับเคลื่อนเกมรุกให้กับลิเวอร์พูล และเป็นคนพาบอลจ่ายไปให้กับ 3 ประสานในแดนหน้าเป็นหลัก ส่วนอีกรายคือจอร์จินโญ่ ไวนัลจ์ดุม กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ ที่จากตอนแรกเหมือนว่าเขาจะถนัดเล่นเกมรุกมากกว่าในสมัยที่เล่นให้กับทีมชาติยุคหลุยส์ ฟาน กัล หรือกับตอนที่อยู่กับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดก็ตาม แต่ฤดูกาลนี้เขาถูกปรับมาให้เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ทำหน้าที่คอยไล่ตัดเกมคู่แข่งอยู่ตลอด ซึ่งทั้ง 3 คนเล่นกันได้อย่างเข้าขาลงตัวสุดๆ และสามารถลดภาระให้กับแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้พกวเขายังไม่เสียประตูในฤดูกาลนี้แม้แต่ลูกเดียว

เจมส์ มิลเนอร์ถือว่าเป็นนักเตะที่โด่งดังอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่อายุ 16 ปีในช่วงที่เขาก้าวขึ้นมาเล่นกับลีดส์ ยูไนเต็ดใหม่ๆ โดยตอนแรกเขารับบทเป็นตัวริมเส้น ที่สามารถเล่นได้ทั้ง 2 ฝั่ง แต่หลังจากนั้นเขาก้พเนจรมาเรื่อยๆ โดยจากลีดส์แล้วก็ย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ต่อด้วยแอสตัน วิลล่า ซึ่งเป็นช่วงที่เขาทำผลงานได้ดีที่สุด จนติดทีมยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2009-2010 ด้วย รวมถึงยังได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมในฤดูกาลนั้นด้วย แต่หลังจากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวจนถึงปัจจุบันนี้ด้วย และฤดูกาลนี้เขาก็กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง ซึ่งเจมส์ มิลเนอร์น่าจะยืดตำแหน่งตัวจริงในแดนกลางได้ตลอดฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำ หากไม่มีอาการบาดเจ็บมารบกวน ซึ่งปกติเขาแทบไม่ค่อยบาดเจ็บด้วยซ้ำในแต่ละฤดูกาล