แนวรับที่ยังบกพร่อง

   จาก 3 นัดแรกของฤดูกาลพรีเมียร์ลีกของทีมเชลซี มีเพียงเกมแรกที่พวกเขาบุกเอาชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์เพียงนัดเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาไม่เสียประตูให้กับคู่แข่ง แต่อีก 2 นัดต่อมาที่พบกับอาร์เซน่อล และนัดล่าสุดที่บุกเอาชนะเชลซีได้สำเร็จ 2-1 หลังจากที่ 5 นัดก่อนหน้านี้ในสนามแห่งนี้ พวกเขาไม่เคยเก็บชัยชนะออกไปได้เลย ซึ่ง 2 นัดหลังสุดเชลซีต้องเสียประตูให้กับคู่แข่งทั้ง 2 นัด นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเกมรับของเชลซีในยุคของเมาริซิโอ ซาร์รี่นั้นยังมีปัญหาอยู่ในเวลานี้

ในนัดที่เปิดรังสแตนฟอร์ด บริดจ์ และเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปได้ 3-2 อาร์เซน่อลก็เจาะแผงหลังของเชลซีได้ตลอด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งเวลาแรก ที่ทีมเยือนมีโอกาสยิงแบบจ่อๆ หลายต่อหลายครั้ง แต่ด้วยความไม่เฉียบขาดของทางทีม “ปืนใหญ่” เอง ทำให้พวกเขาเอาตัวรอดมาได้สำเร็จ ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกเขาควรจะเสียมากกว่า 2 ประตูด้วยซ้ำ และนัดล่าสุดที่บุกไปเอาชนะเชลซีได้สำเร็จ 2-1 ที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ทั้งๆ ที่พวกเขาสามารถครองบอลได้เกิน 80% แท้ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโอกาสที่นิวคาสเซิ่ลจะครองบอลได้นั้นน้อยมาก และรวมถึงโอกาสที่จะยิงประตูก็ยิ่งจะลดน้อยลงไปด้วย แต่เชลซีก็ยังมาเสียประตูให้กับเจ้าถิ่นจากลูกโหม่งของโฆเซลู กองหน้าชาวสเปนที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ซึ่งถึงแม้ว่าเกมของเชลซีจะบีบให้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดครองบอลได้เพียง 19% เท่านั้นในตลอด 90 นาที แต่ว่านิวคาสเซิ่ลก็มีโอกาสทำประตูถึง 6 ครั้งทีเดียว ทั้งที่ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือของเจ้าถิ่นทิ้งซาโลมอน รอนดอน กองหน้าทีมชาติเวเนซุเอล่าไว้เป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงลำพังเท่านั้น ทำให้เห็นได้เลยว่าคู่ปราการหลังตัวกลางของเชลซีนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ

โดยเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือของทางเชลซี เลือกที่จะใช้ดาวิด ลุยซ์ กองหลังชาวบราซิเลี่ยน มาจับคู่กับอันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปราการหลังดีกรีทีมชาติเยอรมัน แต่ว่ายังเล่นได้ไม่เข้ากัน และไม่แข็งแกร่งมากนัก โดยอย่างนัดเมือวานที่พวกเขาถูกตีเสมอ ก็เป็นทางดาวิด ลุยซ์ ที่ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ ที่ปล่อยให้โฆเซลู โฉบตัดหน้าเข้ามาโหม่งทำประตูได้สำเร็จ ซึ่งกองหลังหัวฟูน่าจะเสียสมาธิไปในจังหวะนั้นด้วย ซึ่งถือว่ายังเป็นเรื่องที่กุนซือวัย 59 ปีจะต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน หากว่าอยากจะลุ้นแชมป์แบบยาวๆ ในฤดูกาลนี้