13 Reasons Why ซีรี่ย์วัยรุ่นสะท้อนสังคมที่ควรชม

     จัดว่าเป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์ยอดนิยมที่เป็นกระแสมากเมื่อออกอากาศ 13 Reasons Why ซีรี่ย์ดราม่า-สะท้อนสังคม สร้างโดย Paramount Television ร่วมกับ Netflix ตอนนี้ออกอากาศไปแล้วจำนวน 2 ซีซั่น และได้รับการยืนยันแล้วว่าซีซั่น 3 กำลังดำเนินงานสร้างอย่างแน่นอน สำหรับกระแสใน 2 ซีซั่นแรกนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมากโดยเฉพาะซีซั่น 1 เรื่องราวสะท้อนชีวิตวัยรุ่นที่เผยอย่างตรงไปตรงมา ผลกระทบจากความสนุกสนานของคนหนึ่งแต่กลับทำลายชีวิตของคนอีกคนหนึ่ง

13 Reasons Why สร้างจากหนังสือขายดีของ เจย์ แอชเชอร์ ออกอากาศครั้งแรกในปี 2017 เรื่องราวของ นักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลาย แฮนนาห์ เบเกอร์ ที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง โดยเธอได้มีการบันทึกเสียงของเธอลงเทป 13 หน้าบอกเล่าเหตุผลของคนที่เธอรู้จัก 13 คน ที่ทำให้เธอเลือกจบชีวิตตัวเอง

ชีวิตวัยรุ่นอาจไม่สดใสอย่างที่คิด เนื้อหาของซีรี่ย์ชุดนี้เป็นการบอกเล่าชีวิตวัยรุ่นอเมริกันอีกด้านหนึ่ง ซึ่งสามารถสะท้อนชีวิตวัยรุ่นได้อย่างดีและสะเทือนอารมณ์ เราได้เห็นมุมอีกมุมหนึ่ง การอยากเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อนๆ การกระทำจากสิ่งเล็กน้อยสามารถสร้างผลกระทบให้แก่คนๆหนึ่งได้ นั่นคือสิ่งที่ผู้ชมได้เห็นผ่านตัวละคร ฮานนาห์ เบเกอร์ ผลกระทบที่เธอได้รับจากการเล่นสนุกกลายเป็นความอับอายจนมันทำลายชีวิตของเธอ

เผยตัวตนที่แท้จริง เรื่องราวใน 13 Reasons Why เราจะได้เห็นนิสัยของตัวละครทั้ง 13 คนในเรื่องจะเห็นว่าชีวิตวัยรุ่นต้องการการยอมรับ อยากเป็นจุดสนใจของเพื่อนวัยเดียวกัน จนบางครั้งทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครนี้ค่อนข้างแย่และเห็นแก่ตัว ซึ่งรวมถึงตัวละครหลักอย่าง แฮนนาห์ ด้วยว่าทำไมเธอต้องทำแบบนี้ แต่ถึงกระนั้นทุกคนล้วนมีปมในจิตใจจนบางครั้งทำให้เราทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว

ครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้สร้างตั้งใจเล่าคือ ครอบครัว อย่างที่ทราบว่าไม่มีใครรักเราได้เท่ากับพ่อแม่อีกแล้ว นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้ชีวิตวัยรุ่นผ่านไปได้ด้วยดี ในซีรี่ย์เราจะเห็นมุมมองของครอบครัวแต่ละตัวละคร เราจะเห็นว่าบางฉากที่ แฮนนาห์ พูดคุยกับพ่อแม่เธอแต่ดูเหมือนพวกเขามองไม่เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของเธอเลย ผู้ใหญ่เคยผ่านการเป็นวัยรุ่นมาก่อนมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดหากลูกๆต้องการคำปรึกษาจากพ่อแม่

การล่วงละเมิดทางเพศ ความเท่าเทียมทางสังคม ในซีรี่ย์มีการเผยประเด็นการล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาววัยรุ่น การข่มขืน ซึ่งพบเจอได้ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งในซีซั่น 2 เราจะเห็นจุดยืนของผู้หญิงที่ออกมาเรียกร้องประเด็นนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าสังคมปัจจุบันการข่มขืนยังมีให้เราเห็นอยู่ตามข่าวทางโทรทัศน์และยังมีอีกหลายเคสที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความเท่าเทียมทางสังคม การแบ่งแยกชนชั้น

กระแสตอบรับหลายด้าน 13 Reasons Why ออกอากาศไปแล้ว 2 ซีซั่น ได้รับกระแสตอบรับทั้งในด้านบวกและลบ เนื้อหาของซีรี่ย์ค่อนข้างมีความรุนแรง มีฉากข่มขืน และ ฉากฆ่าตัวตาย ในซีซั่น 1 มีวัยรุ่นฆ่าตัวตายจากการชมซีรี่ย์เรื่องนี้จนกลุ่มผู้ปกครองทีการรณรงค์ให้งดฉาย ต่อมาทางผู้สร้างซีรี่ย์ได้ตั้งเว็บไซต์ 13reasonswhy.info เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาโดยมีศูนย์ช่วยเหลือกว่า 50 ประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

จัดว่าเป็นซีรี่ย์แนวดราม่าวัยรุ่นที่น่าชมอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าเนื้อหาของเรื่องค่อนข้างเครียดและรบกวนจิตใจแนะนำให้ชมพร้อมกับครอบครัว ฉายแล้วที่ Netflix

5 ทีมพรีเมียร์ฯ ที่ยังไม่ชนะ

    หลังจากผ่านมาแล้ว 4 นัดในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ก็ทำให้เริ่มจะพอเห็นรูปทรง และสถานะของแต่ละทีมในฤดูกาลนี้ได้แล้ว ว่าจะวางตำแหน่งของตัวเองไว้ตรงไหนในช่วงฤดูกาลนี้ ถึงแม้ว่าจะเริ่มมาได้ไม่กี่นัดก็ตาม และยังมีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ทีมดีขึ้น หรือว่าแย่ลงในช่วงเวลาที่เหลือก็ตาม ซึ่งเราก็ได้เห็นกันมาตลอดในศึกพรีเมียร์ลีก โดยจนถึงตอนนี้เหลือถึง 5 ทีมทีเดียวที่ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้เลย ซึ่งเป็น 5 อันดับสุดท้ายของตารางคะแนนในปัจจุบันด้วย และจะมีทีมไหนบ้างมาดูกัน

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่เป็นเต็ง 1 ที่จะตกชั้นในฤดูกาลนี้ ซึ่งเก็บได้เพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้นจาก 4 นัดที่ผ่านมา ซึ่งมีสไตล์การเล่นที่ค่อนข้างจะล้าหลังกว่าทีมอื่นๆ พอสมควร โดยมีนีล วอร์น็อค กุนซือจอมเก๋าคุมทีมอยู่ และพึ่งยิงได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น โดยมาจากเกมล่าสุดที่พวกเขาแพ้ให้กับอาร์เซน่อล 2-3 นั่นเอง ปัญหาของพวกเขาในฤดูกาลนี้ก็คือเกมรุกที่ไม่มีใครที่สามารถฝากความหวังไว้ได้เลย

ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ของเดวิด ว๊ากเนอร์ กุนซือหนุ่มที่ส่อแววมาตั้งแต่เมื่อปลายฤดูกาลที่แล้ว แต่ปีก่อนยังรอดเพราะตุนแต้มไว้เยอะมากในช่วงต้นฤดูกาล แต่ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลพวกเขาทำผลงานได้แย่มาก ส่วนฤดูกาลนี้ก็มาได้ 2 คะแนนใน 2 เกมล่าสุดที่เสมอกับคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 0-0 และบุกไปเสมอกับเอฟเวอร์ตันได้ 1-1

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้านชื่อชั้นของตัวผู้เล่นถือว่าไม่ได้เหนือกว่าทีมที่ตกชั้นเมื่อฤดูกาลที่แล้วเลย แต่ว่าพวกเขามีราฟาเอล เบนิเตซ ที่เคยทำลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาแล้วคุมทีมอยู่ แต่โปรแกรมช่วงต้นฤดูกาลนี้ถือว่าสาหัสมาก โดยจาก 4 นัดที่ผ่านมาพวกเขาต้องเจอกับทีมระดับบิ๊ก 6 ไปแล้วถึง 3 ทีม ทั้งสเปอร์ส เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ตอนนี้มีเพียงแค่คะแนนเดียวเท่านั้น

เบิร์นลี่ย์ ก็เป็นหนึ่งทีมที่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ทั้งๆ ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วจบอันดับที่ 7 ของตารางด้วยซ้ำ แต่ด้วยโปรแกรมยูโรป้า ลีกที่ทำให้พวกเขาไปเสียสมาธิ ทำให้ออกสตาร์ตได้อย่างย่ำแย่

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ก็สร้างเซอร์ไพรซ์สุดๆ เมื่อกลายเป็นทีมเดียวที่แพ้รวด 4 นัด และยังไม่มีแต้มเลยแม้แต่คะแนนเดียว ทั้งๆ ที่ก็ซื้อนักเตะเข้ามามากมาย รวมถึงยังมีกุนซืออย่างมานูเอล เปเญกรินี่ กุนซือที่เคยพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วด้วย

 

โจ๊กเกอร์ของปาร์ม่า

    แชร์วินโญ่ ปีกบาวไอวอรี่ โคสตร์ เคยเป็นนักเตะที่โด่งดังมากๆ ในสมัยที่ค้าแข้งกับอาร์เซน่อลในพรีเมียร์ลีก โดยเขาย้ายจากลีลล์ ทีมในลีก เอิงของประเทศฝรั่งเศสมาอยู่ในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมด้วยค่าตัวประมาณ 11 ล้านปอนด์ ในยุคการคุมทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ในปี 2011 ซึ่งเขาโดดเด่นในระดับนึงเลยทีเดียว แต่ก็อยู่กับทีม “ปืนใหญ่” ได้แค่ประมาณ 2 ฤดูกาลเท่านั้น ก็ตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งในกัลโช่ เซเรีย อาของอิตาลีกับทางโรม่า ทีมดังแห่งกรุงโรม ด้วยค่าตัวประมาณ 8 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งแชร์วินโญ่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทีเดียวกับทางอาแอส โรม่าในกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งเขาก็ค้าแข้งอยู่ในเมืองหลวงของแดนมักกะโรนีถึง 2 ปีครึ่ง ซึ่งเขาก็เป็นตัวหลักของทีมโดยตลอด แต่ว่าในเดือนมกราคมปี 2016 ทางโรม่าก็ตัดสินใจขายเขาออกจากทีมไปให้กับเหอเป่ย ไชน่า ฟอร์จูน ทีมจากซุเปอร์ลีกของประเทศจีน ซึ่ง “หมาป่าแห่งกรุงโรม” ได้ค่าตัวจากการขายครั้งนี้ถึง 18 ล้านยูโร ทำให้ได้กำไลถึง 10 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่ง 3 ปีกับทีมในแดนมังกรก็ถือว่าไม่ดีนัก เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง จนได้โอกาสลงเล่นน้อยมาก และสุดท้ายก็ตัดสินใจย้ายออกมาร่วมทีมปาร์ม่า ทีมน้องใหม่ของกัลโช่ เซเรีย อาในฤดูกาลนี้

แชร์วินโญ่ ที่ปัจจุบันวัย 31 ปีได้ตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมปาร์ม่าเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะของอิตาลีจะจบลงเพียง 1 วันเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะคนสุดท้ายที่ทางปาร์ม่าคว้าตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย ซึ่งสโมสรหวังว่าเขาจะเข้ามาเป็นไพ่เด็ดให้กับทีมรอดพ้นจากการตกชั้นให้ได้ในฤดูกาลนี้ ซึ่งแชร์วินโญ่ถือว่าเป็นนักเตะความเร็วสูง สามารถลากเลื้อยพาบอลไปด้านหน้าได้ดี และมักจะเรียกฟาวส์จากคู่แข่งได้บ่อยครั้ง ซึ่งเขาก็ได้โชว์ฟอร์มเด็ดให้เห็นแล้วในนัดที่ปาร์ม่าต้อนรับการมาเยือนของยูเวนตุส ยอดทีมของศึกกัลโช่ เซเรีย อาในฤดูกาลนี้ ซึ่งนัดนั้นแชร์วินโญ่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับปาร์ม่า และเขาสามารถทำประตูตีเสมอให้กับเจ้าถิ่นได้ด้วย แต่ว่าผลสุดท้ายคือเจ้าถิ่นต้องพ่ายคารังเอ็นดิโอ ตาร์ดินี่ ให้กับแชมป์ 7 สมัยซ้อนไป 1-2 ซึ่งทำให้ปาร์ม่ายังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยในฤดูกาลนี้ ซึ่งหากอยากจะรอดพ้นจากการตกชั้น พวกเขาคงต้องพึ่งให้แชร์วินโญ่งัดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ตลอดทั้งฤดูกาลนี้

เกมรับสุดแย่ของ PSG

     ในช่วงปิดฤดูกาลลีก เอิง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีที่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือของทีมจากอูไน อเมรี่ กุนซือหนุ่มชาวสเปนที่เข้ามาทำงานได้เพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น มาเป็นโธมัส ทูเคิ่ล กุนซือหนุ่มชาวเยอรมันที่เคยคุมทีมโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งนักเตะภายในทีมก็ไม่ได้มีการย้ายเข้า ย้ายออก หรือเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย โดยพวกเขาเสียฮาเวียร์ ปาสตอเร่ เพลย์เมคเกอร์ชาวอาร์เจนไตน์ และกอนซาโล่ เกเดส ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกสออกจากทีมไปในแนวรุก ส่วนแนวรับนั้นมีเสียแบ็คซ้ายอย่างยูริ เบร์ชิเช่ ชาวสเปนออกจากทีมไปเพียงรายเดียวเท่านั้น และมีการเสริมแนวรับเข้าทีมอย่างฆวน เบร์นาร์ด แบ็คซ้ายร่างเล็กชาวสแปนิชจากบาเยิร์น มิวนิค และธิโล่ เคห์เรอร์ กองหลังดาวรุ่งชาวเยอรมันมาจากชาลเก้ 04 ด้วย ซึ่งน่าจะทำให้ทีมของกุนซือคนใหม่มีแนวรับที่ดีขึ้นด้วย

แต่สุดท้ายเหมือนผลมันจะไม่ได้เป็นแบบนั้น เมื่อในฤดูกาลนี้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงของโธมัส ทูเคิ่ล ก็ยังเสียประตูแทบทุกนัด โดยมีนัดแรกที่เอาชนะก็องได้ 3-0 เท่านั้นที่พวกเขาไม่เสียประตู ซึ่งกุนซื้อหนุ่มวัย 45 ปีก็ได้มีการทดลองเปลี่ยนระบบการเล่นมาแล้วหลายระบบ ทั้ง 4-3-3 , 4-2-3-1 หรือแม้แต่ 3-5-2 อดีตกุนซือของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์รายนี้ก็เคยลองมาแล้ว แต่ก็เหมือนจะยังหาจุดลงตัวไม่เจอ ทำให้ทีมดังจากเมืองหลวงของประเทศจะต้องเสียประตูให้คู่แข่งก่อนตลอด และมักจะเสียประตูแรกของเกมด้วย ทำให้พวกเขาต้องเป็นฝ่ายตามหลังก่อน แล้วค่อยมายิงไล่คืนในช่วงที่เหลือ ซึ่งแนวรุกของพวกเขานั้นถือว่าสุดยอดมากๆ นั้นเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ยอมรับ แต่หากว่าเขายังไม่สามารถแก้ปัญหาในแนวรับที่ยังมีช่องโหว่นี้ได้ โอกาสที่พวกเขาจะไปสู่จุดหมายที่อยากจะเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกคงต้องรอต่อไปอีก 1 ปีเป็นอย่างน้อย ซึ่งด้วยปัญหาแนวรับตอนนี้การเจอกับทีมระดับในลีก เอิงนั้นอาจจะทำอะรไรพวกเขาไม่ได้มาก แต่หากไปเจอกับยอดทีมในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแล้ว โอกาสที่พวกเขาจะโดนหมัดน็อคจนสลบนั้นมีความเป็นไปได้มากทีเดียว โดยกองหลังตัวหลักของพวกเขาในตอนนี้ก็คือติอาโก้ ซิลวา กองหลังทีมชาติบราซิลที่ก็อายุ 33 ปี และกำลังอยู่ในช่วงขาลงแล้วด้วย ซึ่งต้องดูว่าโธมัส ทูเคิ่ลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

“เสือใต้” สอนบอล

    สัปดาห์ที่ 2 ของการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีก้า เยอรมัน มีเกมบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์อยู่ 1 คู่ด้วยกัน นั่นคือการพบกันระหว่างบาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่า 6 สมัยซ้อน ต้องบุกไปเยือนเมอร์เซเดส เบ๊นซ์ อารีน่า รังเหย้าของทีมเฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ต ทีมฟอร์มแรงของลีกเมื่อช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่แล้ว ที่เก็บชัยชนะได้เป็นว่าเล่นจากตอนแรกที่ต้องลุ้นหนีการตกชั้นด้วยซ้ำ แต่พอเปลี่ยนกุนซือมาเป็นทางเตย์ฟุน คอร์คุต อดีตกองกลางทีมชาติตุรกีที่เข้ามารับงานคุมทีมเมื่อปลายเดือนมกราคม ทีม “ม้าขาว” ก็โกยแต้มได้เป็นว่าเล่นเลยทีเดียว แต่นัดแรกของฤดูกาลนี้พวกเขาดันบุกไปพ่ายให้กับไมนซ์ 0-1 ทำให้เกมนี้พวกเขาต้องการแต้มเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาให้ได้ แต่การเจอกับบาเยิร์น มิวนิคนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะทีมบาเยิร์น มิวนิคในยุคการคุมทีมของนิโก้ โควัช กุนซือชาวโครเอเชียที่พึ่งเข้ามารับงานคุมทีมในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่ศึกบิ๊กแมตช์ที่ถูกคาดหวังว่าเกมน่าจะสนุกสูสีนั้นกลับเป็นเหมือนการเปิดคลีนิคสอนบอลของทางบาเยิร์น มิวนิคเสียมากกว่า เมื่อทีมแชมป์เก่าครองบอลบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นตั้งแต่นาทีแรกของเกมเลยทีเดียว และสุดท้ายพวกเขาก็เป็นฝ่ายเอาชนะเจ้าถิ่นไปได้อย่างขาดลอย 3-0 ซึ่งหากดูจากผลการแข่งขันว่าขาดลอยแล้ว หากไปดูสถิติในเกมนั้นจะพบว่ามันสู้กันไม่ได้เลยก็ว่าได้ เมื่อตลอดทั้งเกมสตุ๊ตการ์ตมีโอกาสทำประตูเพียง 4 ครั้งเท่านั้น แถมไม่สามารถยิงได้ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดทั้ง 90 นาที ส่วนทางบาเยิร์น มิวนิคนั้นหาโอกาสยิงได้ถึง 23 ครั้ง โดยมาได้ประตูจากเลออน กอเร็ตซ์ก้า กองกลางตัวใหม่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าดาวซัลโวประจำทีม และโธมัส มุลเลอร์ ตัวรุกที่กลับมาทำประตูได้อีกครั้ง นอกจากนั้นยังมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลที่บ่งบอกได้ว่าเหมือนเป็นการสอนบอลกันอย่างยิ่ง เมื่อทีม “เสือใต้” ครองบอลได้ถึง 68% ซึ่งมีบางช่วงเวลาที่ครองบอลได้มากกว่า 70% ด้วยซ้ำ

นี่ขนาดเป็นทีมที่แข็งแกร่งพอสมควรอย่างเฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ต บาเยิร์น มิวนิคของนิโก้ โควัชยังสามารถกดให้โงหัวไม่ขึ้นได้ขนาดนี้ หากพวกเขาเจอกับทีมที่อ่อนกว่านี้ อาจจะมีสถิติต่างๆ ที่อาจจะดีกว่านี้ได้ด้วยซ้ำ ซึ่งฤดูกาลนี้คงต้องมาดูกันว่าทีมแรกที่จะสามารถหยุดบาเยิร์น มิวนิคได้ในฤดูกาลนี้จะเป็นทีมไหน ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นมีใครในเยอรมันที่น่าจะสามารถต่อกรกับพวกเขาได้เลย

เซลต้า น่าจับตา

    เซลต้า บีโก้ ทีมในศึกลา ลีก้าสเปน ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนแล้ว แต่ด้วยความที่พวกเขาไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอ ทำให้พวกเขาจบอันดับที่ไม่ดีนัก โดยจบอันดับที่ 13 ของตาราง โดยเก็บไปได้ 49 คะแนน ซึ่งก้ไม่ถึงกับต้องลุ้นหนีการตกชั้นแต่อย่างใด แต่หากได้เห็นพวกเขาเล่นแล้ว จะเห็นได้ว่าบางนัดพวกเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และบางนัดก็หลุดฟอร์มไปเลยก็มีเช่นกัน ซึ่งฤดูกาลนี้เซลต้า บีโก้ คงต้องแก้ปัญหาให้ฟอร์มมีความสม่ำเสมอมากขึ้นด้วย โดยฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจากฆวน การ์ลอส อุนซูเอ้ มาเป็นอันโตนิโอ โมฮาเหม็ดชาวอาร์เจนไตน์วัย 48 ปีเข้ามาคุมทีม โดยกุนซือรายนี้พึ่งทำงานคุมทีมมอนเทอร์เร่ย์ ทีมในประเทศเม็กซิโกเมื่อปีที่แล้ว โดยเขาสามารถทำให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศเม็กซิโกได้ด้วย

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเซลต้า บีโก้ ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักจากฤดูกาลที่แล้วไปหลายคนเลยทีเดียว ทั้งดาเนี่ยล วาสส์ กองกลางชาวเดนมาร์กก็ถูกขายไปให้กับบาเลนเซีย จอนนี่ กาสโตร แบ็คซ้ายตัวจริงก็ปล่อยให้กับแอตเลติโก มาดริด ทำให้ทีมของพวกเขาอ่อนลงกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ยังมีข้อดีคือนักเตะดาวรุ่งจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็โตขึ้นอีก 1 ปี และเล่นได้ดูดีมีอนาคตมากทีเดียวในฤดูกาลนี้ โดยพวกเขามีมักซี่ โกเมซ กองหน้าดาวรุ่งวัย 22 ปีที่ติดทีมชาติอุรุกวัยไปทำศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียเมื่อกลางปีที่ผ่านมาด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เล่นแม้แต่นาทีเดียวก็ตาม แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำถึง 17 ประตู เป็นรองเพียงญาโก้ อัสปาส ตัวรุกดีกรีทีมชาติสเปนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำไปถึง 22 ประตู ซึ่งฤดูกาลนี้หลังจากเล่นไปเพียง 3 นัด มักซี่ โกเมซกลับทำได้แล้ว 2 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว และผลงานของทีมเซลต้า บีโก้ในฤดูกาลใหม่นี้ก็ยอดเยี่ยมมากๆ ด้วยการเก็บชัยชนะได้ 2 นัด และเสมอไป 1 นัด โดยพวกเขาสามารถเอาชนะแอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งของลีกได้อย่างสวยงาม 2-0 ที่บ้านของตัวเองด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว โดยมีเกมนัดเปิดฤดูกาลเท่านั้นที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะเอสปันญ่อลได้ในฤดูกาลนี้

 

ตำนานเบอร์ 7 ของมาดริด

    สโมสรฟุตบอลทีมดังๆ ต่างก็จะมีหมายเลขที่จะเป็นตำนานของทีม และมีเรื่องเล่าของหมายเลขนั้นๆ แตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่หมายเลขสำคัญก็จะเป็นหมาย 7 หมายเลข 9 หรือว่าหมายเลข 10 เป็นต้น โดยเฉพาะทีมเรอัล มาดริด สโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกนั้นมีเรื่องราว และสตอรี่เกี่ยวกับหมายเลข 7 ทั้งในยุคก่อนหน้านี้ และในยุคปัจจุบันด้วย

หากมองย้อนไปถึงยุคก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 1980 เรอัล มาดริดมีนักเตะที่ใส่หมายเลข 7 ก็คือฆัวนิโต้ ที่ใส่จนถึงปี 1986 และส่งมอบหมายเลข 7 ต่อให้กับเอมิลิโอ บูตราเกโญ่ อดีตกองหน้าของสโมสรที่ก็กลายเป็นดาวดังของทีมเช่นกัน และติดทำเนียบดาวซัลโวตลอดกาลของสโมสรในอันดับที่ 10 ด้วย ซึ่งเขาใส่หมายเลข 7 มาถึงปี 1995 และหลังจากนั้นก็เป็นราอูล กอนซาเลซ กองหน้าระดับตำนานของสโมสร ที่อยู่กับทีมถึงเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว โดยราอูลพาทีมประสบความสำเร็จมากมาย และเป็นดาวซัลโวตลอดกาลอันดับที่ 2 ของสโมสรด้วย โดยทำได้ถึง 323 ประตูเลยทีเดียว ซึ่งเขาเคยเป็นอันดับ 1 มานานหลายปีทีเดียว ก่อนที่จะโดนหมายเลข 7 คนต่อไปของเรอัล มาดริดมาทำลายสถิติ นั่นก็คือคริสเตียโน่ โรนัลโด้นั่นเอง ซึ่งในฤดูกาลแรกที่ทีม “ราชันย์ชุดขาว” ไปทุ่มเงินเป็นสถิติโลกซื้อตัวมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ในปีแรกนั้นเขาต้องสวมเสื้อหมายเลข 9 ที่ว่างอยู่ไปก่อน เนื่องจากตอนนั้นทีมเรอัล มาดริดยังมีราอูล กอนซาเลซ ที่สวมเสื้อหมายเลข 7 ของทีมอยู่ และฤดูกาลต่อมาราอูลก็ย้ายไปร่วมทีมชาลเก้ 04 ทำให้ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสเปลี่ยนมาสวมเสื้อหมายเลข 7 แทนทันที เนื่องจากเป็นหมายเลขประจำในสมัยที่ค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่แล้ว ซึ่งดาวเตะเจ้าของฉายา CR7 ก็เข้ามาสร้างสถิติไว้อย่างมากมายหลังจากนั้น รวมถึงยังสามารถพาทีมประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และกลายเป็นนักเตะที่เป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยจำนวนประตูถึง 450 ประตู จากการลงสนามไปเพียง 438 นัดเท่านั้น และใช้เวลาเพียง 9 ฤดูกาลเท่านั้นด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องมหัสจรรย์เป็นอย่างมาก

แต่ในฤดูกาลนี้หมายเลข 7 ที่เคยเป็นตำนานของสโมสรมตลอดเกือบ 40 ปี เรอัล มาดริดกลับมอบให้กับมาเรียโน่ ดิอาซ ดาวเตะชาวอเมริกันที่ไปดึงตัวกลับมาจากโอลิมปิก ลียง ทีมในฝรั่งเศส หลังจากที่ขายให้ลียงไปเมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้วด้วยราคาเพียง 8 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งทำให้หมายเลข 7 ที่เคยมีค่ากับสโมสรมากๆ กลับกลายเป็นหมายเลขธรรมดาไปเลยทีเดียว

เผยสเปค Call of Duty: Black Ops 4 พร้อมเผยแผนที่ใหม่ในโหมด Battle Royale

    อีกหนึ่งเกมภาคต่อสายแอ็คชั่นไม่ควรพลาดอย่าง Call of Duty: Black Ops 4 ที่เปิดตัวในงาน E3 2018 ที่ผ่านมาทาง Activision และ Treyarch ผู้จัดจำหน่ายและทีมพัฒนาเกม ได้ต่อยอดมาจากภาคก่อนหน้านี้ซึ่งก็ได้มีการปล่อยตัว Beta ให้เหล่าเกมเมอร์ทดลองเล่นมาแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาบนเว็บไซต์ Battle.net ซึ่งเกมนี้เปิดให้เล่นในโหมด Multiplayer โดยล็อกอินผ่านเว็บไซต์เท่านั้น นอกจากนี้ทางผู้พัฒนาเกมยังเผยสเปคความต้องการของระบบในเวอร์ชั่นพีซีที่สามารถเล่นได้ลื่นไหลอีกด้วย

สำหรับความต้องการของระบบที่ผู้เล่นสามารถเล่น Call of Duty: Black Ops 4 ได้นั้น โดยต้องใช้ CPU ขั้นต่ำเป็น Intel Core i5 2500k หรือ AMD เทียบเท่าของ Intel Core i5 2500k และการ์ดจออย่างน้อย Nvidia GeForce GTX 660 (VRAM 2 GB), GTX 1050 (VRAM 2GB) หรือ AMD Radeon HD 7850 ขึ้นไป และ RAM 8GB เป็นอย่างน้อย ซึ่งสเปคนี้ทดสอบในโหมด Multiplayer โดยในโหมดนี้สำหรับเวอร์ชั่น Beta จะมีทั้งหมด 6 โหมด คือ Team Deathmatch, Domination, Hardpoint, Kill Confirmed, Search & Destroy, และ Control มีให้เลือกแผนที่ 6 แผนที่ คือ Hacienda, Frequency, Seaside, Contraband, Payload, Gridlock และล่าสุดทาง Activision และ Treyarch ก็เผยแผนที่ใหม่ในโหมด Blackout หรือ Battle Royale ซึ่งคาดว่าจะออกมาให้สาวกเกมได้ทดสอบช่วงเดือนกันยายนโดยในโหมดนี้ สามารถรองรับผู้เล่นสูงสุด 80 คน และแผนที่กว้างกว่า 140 ตารางไมล์ ให้ผู้เล่นได้สัมผัสความสนุกแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในเกมภาคที่แล้ว ซึ่งเกมมีโหมดเพิ่มเติมเข้ามาคือ Control เป็นโหมดที่ให้ผู้เล่นเลือก 2 ทีมคือทีมรุกหรือทีมรับซึ่งแต่ละทีมต้องทำคะแนนของตนเองให้มากที่สุด ทั้งนี้ตัวเกมในโหมด Blackout อาจปล่อยให้ทดเล่นสำหรับแพลต์ฟอร์ม Playstation 4 ก่อน

Call of Duty: Black Ops 4 ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนารายละเอียดก่อนเกมวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม 2018 นี้ โดยทาง Head Dan ตำแหน่ง Co-Studio ของ Treyarch เผยว่า ในภาคนี้จะมีคอนเท้นต์มากมายให้ผู้เล่นได้สัมผัสก่อนเกมวางจำหน่ายจริง ซึ่งเราก็ได้ปรับปรุงพัฒนาเกมที่ดีกว่าที่ผ่านมา แน่นอนว่าใน Call of Duty: Black Ops 4 จะเป็นเกม Multiplayer เต็มรูปแบบ โดยเกมวางจำหน่ายให้กับ Playstation 4, Xbox One เเละ PC สำหรับสเปคอย่างละเอียดสามารถอ่านได้ด้านล่างนี้

ความต้องการของระบบขั้นต่ำ

OS: Windows 7 64-Bit or later

Processor: Intel Core i5 2500k or AMD equivalent

RAM: 8GB RAM

HDD: 25GB HD space

Graphics: Nvidia GeForce GTX 660 2 GB / GTX 1050 2GB or AMD – Radeon HD 7850

DirectX: Version 11.0 compatible video card or equivalent

Network: Broadband Internet connection

Sound Card: DirectX Compatible

ความต้องการของระบบขั้นแนะนำ

OS: Windows 10 64 Bit

Processor: Intel Core i7 4770k or AMD equivalent

RAM: 12GB RAM

HDD: 25GB HD space

Graphics: Nvidia GeForce GTX 970 / GTX 1060 6GB or AMD Radeon R9 390 / AMD RX 580

DirectX: Version 11.0 compatible video card or equivalent

Network: Broadband Internet connection

Sound Card: DirectX Compatible

Ubisoft เผยสเปคเกม Assassin’s Creed Odyssey พร้อมวางจำหน่ายตุลาคม 2018

 

Ubisoft ค่ายเกมผู้ผลิตเกม Open World อย่าง Assassin’s Creed Odyssey ภาคล่าสุดในเกมตระกูล Assassin’s Creed ซึ่งเปิดตัวไปในงาน E3 2018 ของ Sony พร้อมพาผู้เล่นย้อนยุคไปช่วงยุคโรมัน ทั้งนี้ทาง Ubisoft ก็เปิดเผยความต้องการขั้นต่ำของระบบในเวอร์ชั่นพีซีแล้ว ซึ่งต้องใช้สเปคขั้นต่ำอย่างน้อยคือ CPU Intel Core i5 2400 หรือ AMD FX 6300 หรือ AMD Ryzen 3 – 1200 ขึ้นไป สำหรับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 660 หรือ AMD Radeon R9 285 ส่วน Ram 8GB โดยสเปคดังกล่าวนี้สามารถเล่นได้ในกราฟฟิกระดับ Low ที่ความละเอียด 720p 30fps เท่านั้น หากปรับเกินกว่านี้อาจทำให้เฟรมเรตตก นอกจากนี้ยังเผยสเปคพีซีระดับกลางที่สามารถเล่นเกมได้ คือ CPU Intel Core i7 3770 ขึ้นไป หรือ AMD FX-8350, AMD Ryzen 5 – 1400 ขึ้นไป การ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 970 หรือ AMD Radeon R9 290X และ Ram 8GB ซึ่งจะสามารถเล่นได้ในระดับกราฟฟิกแบบ Low หรือ Medium ที่ความละเอียด 1080p 30fps

สำหรับสเปคโดยละเอียดที่ Ubisoft เผยมีดังนี้

ความต้องการของระบบขั้นต่ำ

OS: Windows 7 SP1, Windows 8.1, Windows 10 (64-bit only version)

Processor: AMD FX 6300 @ 3.8 GHz, Intel Core i5 2400 @ 3.1 GHz, – Ryzen 3 – 1200

Graphics: AMD Radeon R9 285 (2GB VRAM) or NVIDIA GeForce GTX 660

Memory: 8GB RAM

Resolution: 720p

Targeted framerate: 30 FPS

Video Preset: Low

Storage: 46GB available hard drive space

DirectX: DirectX June 2010 Redistributable

Sound: DirectX 9.0c compatible sound card with latest drivers

ความต้องการของระบบขั้นแนะนำ

OS: Windows 7 SP1, Windows 8.1, Windows 10 (64-bit versions only)

Processor: AMD FX-8350 @ 4.0 GHz, Intel Core i7-3770 @ 3.5 GHz, Ryzen 5 – 1400

Graphics: AMD Radeon R9 290X (4GB VRAM) or better or NVIDIA GeForce GTX 970 (4GB) , GTX 1050ti (4GB) , GTX 1060 (6GB)

Memory: 8GB RAM

Resolution: 1080p

Targeted framerate: 30 FPS

Video Preset: High

Storage: 46GB available hard drive space

DirectX: DirectX June 2010 Redistributable

Sound: DirectX 9.0c compatible sound card with latest drivers

ความต้องการของระบบสำหรับความละเอียดระดับ 4K

OS: Windows 10 (64-bit versions only)

Processor: AMD Ryzen 1700X @ 3.8 GHz, Intel Core i7 7700 @ 4.2 GHz

Video: AMD Vega 64, NVIDIA GeForce GTX 1080 (8GB VRAM with Shader Model 5.0)

Memory: 16GB RAM

Resolution: 4K

Targeted framerate: 30 FPS

Video Preset: High

Storage: 46GB available hard drive space

DirectX: DirectX June 2010 Redistributable

Sound: DirectX 9.0c compatible sound card with latest drivers

สำหรับเกม Assassin’s Creed Odyssey จะพาผู้เล่นดำเนินเรื่องราวย้อนกลับไปในยุคโรมัน โดยผู้เล่นรับบทเป็นอดีตนักรบรับจ้างที่ถูกขับไล่ ต้องต่อสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองจนกลายเป็นนักรบในตำนานของสปาร์ตัน ผู้เล่นจะได้เห็นฉากใหม่ ดินแดนใหม่ของอาณาจักรโรมัน การต่อสู้ใหม่ ภารกิจใหม่ ที่แตกต่างจากภาคก่อนๆ โดยตัวเกมเตรียมวางจำหน่ายวันที่ 5 ตุลาคม 2018 นี้ สาวก Assassin’s Creed เตรียมเครื่องของคุณให้พร้อม

ปีทองของ “มาเน่”

     ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะกัปตันทีมชาติเซเนกัลคนปัจจุบัน ถือว่าเป็นนักเตะกำลังสำคัญของทีมลิเวอร์พูลมาโดยตลอด หลังจากที่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อกรกฏาคมปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงซัมเมอร์แรกที่เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันได้มีโอกาสเลือกซื้อนักเตะ หลังจากที่เข้ามาคุมทีมเมื่อปลายปี 2015 ซึ่งมาเน่ย้ายจากเซาต์แธมตันมาร่วมทีมชายคาแอนฟิลด์ด้วยราคาถึง 34 ล้านปอนด์ ซึ่งตอนแรกถูกมองว่าแพงเกินไปด้วยซ้ำ แต่จนถึงตอนนี้ต้องบิได้เลยว่าค่าตัวที่ลิเวอร์พูลจ่ายไปนั้นคุ้มค่ามากๆ เมื่อเขากลายเป็นกำลังสำคัญตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมาเลยทีเดียว โดยประสานงานร่วมกับโรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรก ซึ่งเขาทำผลงานได้โดดเด่นมากๆ โดยทำไป 13 ประตูในพรีเมียร์ลีก แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วผลงานของดาวเตะวัย 26 ปีถูกกลบไปโดยโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ที่สโมสรไปทุ่มเงิน 35 ล้านปอนด์ซื้อตัวมาจากโรม่า และซาล่าห์ก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นอย่างเต็มตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยดาวเตะทีมชาติอิยิปต์สามารถทำได้ถึง 44 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสรไปครองได้อีกด้วย รวมทั้งรางวัลดาวซัลโวในพรีเมียร์ลีก และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกด้วย ซึ่งการมาของซาล่าห์ทำให้บทบาทของซาดิโอ มาเน่ในทีมลิเวอร์พูลลดลงไปด้วย ซึ่งมาเน่เคยมีปัญหาด้านฟอร์มการเล่นอยู่พักหนึ่งเมื่อช่วงกลางฤดูกาลที่แล้วด้วย แต่เขาก็สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยทีมเข้าชิงฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จอีกด้วย

แต่ในฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่าอาจจะเป็นปีทองของซาดิโอ มาเน่ก็ได้ เมื่อช่วงเริ่มต้นฤดูกาลมาแล้ว 3 นัดในพรีเมียร์ลีก ดาวเตะวัย 26 ปีสามารถทำได้ถึง 3 ประตู และมีบทบาทในแนวรุกค่อนข้างมากทีเดียวในฤดูกาลนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งที่อาจจะทำให้เขามีโอกาสทำประตูมากขึ้นก็เป็นเพราะว่าบรรดากองหลังของคู่แข่งของลิเวอร์พูลจะหันไปประกบโมฮาเหม็ด ซาล่าห์มากขึ้นในฤดูกาลนี้นั่นเอง เมื่อรู้ถึงพิษสงของอดีตดาวเตะของเชลซี และโรม่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ซาล่าห์อาจจะมีโอกาสที่จะทำประตูได้ไม่มากเหมือนฤดูกาลที่แล้ว และโอกาสน่าจะไปหาทางนักเตะในแดนหน้ารายอื่น อย่างโรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ หรือซาดิโอ มาเน่มากขึ้นด้วย ซึ่งฤดูกาลนี้คงต้องมาดูกันว่ามาเน่จะมีความเฉียบขาดเหมือนโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เมื่อฤดูกาลที่แล้วหรือไม่